วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รอยแผลเป็นจาก... สิว,,

ผิวสวยหน้าใสเป็นสิ่งปรารถนาสำหรับทุกท่าน การดูแลสุขภาพผิวที่ถูกวิธีจะช่วยให้ท่านมีผิวพรรณที่ดี ช่วยเสริมบุคลิกภาพ
การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การพักผ่อนที่เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1-2 ลิตร รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และใช้ยาทากันแดดจะช่วยชะลอปัญหาผิวพรรณ หมองคล้ำหยาบกร้านก่อนวัยอันสมควร อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะได้มีการดูแลผิวพรรณแล้ว แต่มีปัจจัยบางอย่างในแต่ละช่วงอายุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ เช่น ปัญหาการเกิดสิวในช่วงวัยรุ่น, ปัญหาฝ้า กระในผู้สูงอายุ

เมื่อ ย่างเข้าสู่วัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งทำให้การทำงานของต่อมไขมันเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้เกิดเป็นสิวอักเสบ บางครั้งทิ้งริ้วรอยไว้เป็นผลและรอยขรุขระที่ผิวหนัง ทำให้วัยรุ่นบางคนขาดความมั่นใจในตนเอง
การ แก้ไขปัญหารอยแผลเป็นจากสิวทำได้โดยการ หลีกเลี่ยงสาเหตุกระตุ้นการเกิดสิวซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดแผลเป็น โดยการดูแลสุขภาพผิว เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น ความร้อน แสงแดด มลภาวะจากควันรถยนต์ การแต่งหน้าเข้มเกินไป พยายามหลีกเลี่ยงการบีบ แคะ แกะ เกา เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นเพิ่มขึ้น

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข้อควรและห้าม ในการแต่งสีให้เล็บดูสวย,,


ก่อนจะทาเล็บ แต่งสีเล็บให้ดูสวยๆ มาอ่านข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เพื่อถนอมเล็บให้อยู่กับเรานานๆ กันจ้า

Do ==> ควรจะทำความสะอาดเล็บด้วยการล้างสีเล็บเก่าออกเสีย ก่อน (ถ้าทาสีอยู่แล้ว) วิธีทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก อะไร เพียงแค่แช่เท้าในน้ำสบู่อ่อนๆ และขัดเล็บเท้าด้วย แปรงขนนุ่มๆ
Don't ==> ถ้าอยากให้สีเล็บเท้าติดสนิททนนาน ก็ควรจะละเว้นสีที่ เป็นประกายด้วยกากเพชรแวววาว เพราะสีทาเล็บประเภท นี้จะไม่ติดทนนาน

Do ==> ยาทาเล็บชนิดแห้งเร็วนั้นสะดวกทันใจดี แต่จะให้สวยทน นานแล้วล่ะก็คงจะต้องเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปที่แห้งช้า กว่าแต่คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ

Don't ==> อย่าทาสีเล็บให้หนาเตอะ เพราะจะดูจับเป็นก้อนไม่เรียบ เนียน

Do ==> เก็บยาทาเล็บไว้ในตู้เย็นก็ดีนะคะ เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

Don't ==> ไม่ต้องกลุ้มใจไปถ้าหากมีตำหนิเล็กน้อยบ้างจากการทาเล็บ เพราะระยะห่างจากดวงตาที่มองไปยังปลายเท้านั้น ไกล มองเห็นตำหนิเล็กน้อยได้ยากอยู่แล้ว


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รู้ได้อย่างไร ว่าเราแพ้เครื่องสำอางค์,,

การแพ้เครื่องสำอางนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีที่สัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ (Allergen) หรืออาจมีอาการเกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ ผู้ที่แพ้สารใดแล้ว เมื่อสัมผัสกับสารนั้นเพียงเล็กน้อยก็เกิดการแพ้ขึ้นได้ สารที่พบว่าก่อให้เกิดการแพ้ได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ คือ

- สารแต่งกลิ่นน้ำหอม(fragrance/perfume) รองลงมาได้แก่

- สารกันเสีย (preservatives) และ

- สารป้องกันแสงแดด (Sunscreens)


ลักษณะการแพ้เครื่องสำอางมีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น เกิดการปวดแสบปวดร้อน หรือรูสึกคันยิบ ๆ อาการจะเกิดไม่เกิน 10 นาที บางครั้งก็เกิดอาการปรากฎเป็นผื่นแดงคัน ถ้าแพ้มากก็เป็นตุ่มแดงตุ่มน้ำหรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ เคยสังเกตหรือไม่ว่า บางคนอายุมากแล้วก็ยังมีสิวเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าอยู่ ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากการแพ้เครื่องสำอางได้เช่นกัน ผู้ที่รักสวยรักงามทุกคน คงไม่อยากเจอปัญหาแพ้เครื่องสำอางภายหลังการใช้เป็นแน่


ดังนั้นเราต้องทดสอบการแพ้ ก่อนที่จะใช้เครื่องสำอางกับผิวหน้าของเรา โดยวิธีการดังนี้ คือ ให้ทาเครื่องสำอางตรงบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 24-28 ชั่วโมง หากไม่พบความผิวปกติแล้วจึงค่อยใช้ หรืออาจทดสอบอีกวิธีหนึ่งก็ได้คือ ทาเครื่องสำอางที่ซื้อมาบริเวณข้อพับแขน วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าไม่มีผื่นแดงเกิดขึ้นแสดงว่าใช้เครื่องสำอางนั้นได้ งามช้าลงสักหน่อยแต่มั่นใจคงดีกว่างามเร็วแบบเสี่ยง ๆ นะครับ

ผู้ที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติทาแล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ เพราะทำมาจากธรรมชาติแล้วย่อมปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งไม่จริงเสมอไป


ทั้งนี้ เนื่องจากการแพ้เป็นปฏิกิริยาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคนจึงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ประกอบกับเครื่องสำอางสมุนไพร เช่น แชมพู สบู่ โลชั่นทาผิวหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำมาจากสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่มีสารเคมีอื่นผสมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถรับรองได้ว่าใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทิ้งซะเครื่องสำอางหมดอายุ!!






>>> เริ่มจากกลุ่มของเหลว รองพื้นมีอายุเพียง 1 ปีหลังเปิดใช้ ถ้าเป็นแบบผสมน้ำ แต่ถ้ามีน้ำมันผสมหยวนได้ถึง 1 ปี ครึ่ง วิธียืดอายุให้เก็บไว้ในตู้เย็น ปิดฝาให้สนิท อย่าสัมผัสรองพื้นโดยตรงใช้แปรงหรือฟองน้ำดีที่สุด ถ้ามีกลิ่นเหม็นหืนหรือเนื้อครีมเปลี่ยนสีต้องทิ้งทันที

>>> กลุ่มลิควิดอายไลเนอร์และมาสคาร่าจะมีอายุสั้นที่สุดเพียง 3-6 เดือน หลังเปิดใช้ เนื่องจากด้ามแปรงที่ปัดขนตาเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย วิธียืดอายุ ห้ามปั๊มมาสคาร่าเพราะจะทำให้อากาศเข้าวิธีใช้แค่ขยับแปรงกระทบด้ามเบาๆ 1 ทีก็พอ


>>> น้ำยาทาเล็บมีอายุ 1 ปี หลังเปิดใช้ เขย่าขวดบ่อยๆ ช่วยไม่ให้น้ำยาทาเล็บเกาะตัวกัน แต่ถ้าแข็งมากมีเคล็ดลับใช้น้ำยาล้างเล็บผสมลงไป เขย่าทำให้สีละลายเพิ่มอายุการใช้งาน

>>> น้ำหอม ถ้ายังไม่เปิดใช้เก็บให้ห่างแสงแดดและความร้อน มีอายุนานถึง 3 ปีแต่ถ้าใช้แล้วอยู่ได้ราว 1 ปีครึ่ง สังเกตถ้ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนหรือน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแปลว่าหมดอายุ

>>> ต่อไปเป็นกลุ่มเนื้อครีม เช่น ลิปสติก ดินสอเขียนขอบปากขอบตา บรัชออนหรืออายแชโดว์แบบครีม มีอายุใช้งานหลังจากเปิดใช้นานถึง 2 ปี แต่ต้องพยายามอย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง ควรใช้แปรงแต่ละประเภทแทน แต่ระวังลิปกลอสมีอายุใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยเฉพาะแบบจิ้มจุ่ม หากหมดอายุ สีและน้ำมันจะแยกชั้นเห็นชัดเจน รวมทั้งกลิ่นก็จะเปลี่ยนไป

>>> ส่วนสกินแคร์บำรุงผิว ให้ลองสังเกตวันหมดอายุข้างกล่อง ระบุคำว่า MFD หรือ MFG คือวันผลิต นับต่อใช้ได้หลังจากเปิดฝาประมาณ 1 ปี แต่ส่วนใหญ่ให้ดูสัญลักษณ์คล้ายรูปกระป๋องเปิดฝาที่ข้างขวด เช่น มีตัว เลข 12M อยู่ในกระป๋องแปลว่าหลังจากเปิดใช้มีอายุ 12 เดือน เป็นต้น